สวัสดีวันครู (ก่อนจะหมดวัน) ครู คำนี้ สั้นๆ แต่สำคัญไฉน ครู บุคคลที่ทุกคนต้องมี แต่อาจแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นบุคคล เหตุการณ์ สิ่งของ หนังสือ หรืออะไรก็ตามที่สั่งสอน ให้ประสบการณ์อันล้ำค่าแก่เรามา สิ่งที่เหล่าครูทั่วโลกคงทำไม่ได้แตกต่างกันออกไปมากนัก เช่น สอน บอกให้จำ ให้จด อย่ามดเท็จ ย้ำเตือนสิ่งสำคัญ ซึ่งเรามักจะเบือนหน้าหนีกันอยู่บ่อยครั้ง และการเบือนหน้าหนี หรือไม่ฟังใส่ใจ บางทีก็ทำให้เราวิ่งเข้าสู่เส้นทางผิดได้ง่ายๆ 
 
 
เอรัน คัทซ์ ผู้ครองสถิติการอ่านที่เร็วที่สุดในโลก ได้กล่าวไว้ว่า การจดและจำนั้น เป็นเรื่องเล็ก แต่สำคัญอย่างใหญ่หลวง กับการที่จะทำให้คนๆ หนึ่งได้เป็นใหญ่เป็นโต ประสบความสำเร็จ และพัฒนาตัวเอง เด็กๆ เรามักถูกบังคับให้จดจำสิ่งต่างๆ นานามากมาย แต่ภายใต้คำว่าจำนั้น อาจจะมีเรื่องละเอียดอ่อนกว่านั้นเล็กน้อย คือการสังเกต อาจจะไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่ แต่มันเป็นผลดีกับตัวเราทั้งคู่ เมื่อเราสังเกตหรือจำอะไรได้ก็ตาม เราก็จะเกิดการระแวดระวัง สงสัย หรือจุดประกายความคิดอะไรหลายๆ อย่าง คุณเอรันยังได้บอกอีกว่า การจดจำหรือสังเกตนั้น อาจทำให้คุณเล่นเกมส์ผ่านด่านได้ง่าย ด้วยการจดจำลักษณะการเล่นตัวเองที่ผ่านๆ มา อย่าทำซ้ำ หรือได้ไอเดียในการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง
 
หนอนน้อยว่า ข้อคิดเรื่องการจำเป็นเรื่องที่น่าคิดมาก มีคนเคยบอกกับหนอนน้อยอยู่มากว่า คนไทยลืมง่าย (เพื่อนๆ ลองคิดดูนะ อาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ หรืออาจจะสงสัยก็ลองคิดดูนะ) เขาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมานั้น ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่ทุกคนนั่งบ่นกันว่าทำไมวนอยู่ที่เดิม เราอาจจะต้องย้อนกลับไปดูว่าอดีตเกิดเหตุอะไรบ้าง เราจำกันได้หรือเปล่า ไม่ใช่ดูที่ผลความวุ่นวายที่เกิดแล้ว แล้วสรุปว่า โอ้ มันเกิดแบบนี้อีกละ งั้นรีบๆ แก้ๆ ให้สงบเร็วๆ เถอะ ทำได้นะ แต่หนอนน้อยว่ามันคงไม่ยั่งยืน และอาจจะกลับมาอยู่ที่เดิมอีก 
 
อย่างที่ผู้รู้หลายๆ คนได้พูดกันนั่นแหละว่า อดีตมีไว้จดจำและเรียนรู้ มิใช่ไว้ท่องและเชิดชูแต่ส่วนที่สวยงามอย่างเดียว เพราะสิ่งสวยงามอาจหอมหวาน แต่ความขมของเรื่องร้ายๆ นั้น เป็นยาชั้นดีที่จะทำให้เราได้คิด ได้ใช้สมองมากยิ่งขึ้น มันอาจจะไม่ใช่หนทางที่จะแก้ไขได้ทั้งหมด แต่เป็นหนทางที่เราได้ใช้ความคิดที่มีเหตุผล มากกว่าใช้อารมณ์แล้วโยนใส่ให้กันและกัน
 
ปล. ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดๆ หรือเกี่ยวโยงอะไรกับเหตุการณ์ ณ ตอนนี้ 
 
ปลล. ขอให้ความสงบ ความจำ และสติจงอยู่คู่ชาวโลก

กินบรรยากาศ

posted on 07 Jan 2014 15:43 by nhonnhoi in cafe, Review, Travel directory Entertainment, Travel, Diary
ความนิยมเข้าไปนั่งคุย จิบชากาแฟ กินขนม สอนพิเศษในคาเฟ่ เป็นมาได้สักพักใหญ่ในไทยแล้ว ยิ่งในกทม เห็นได้ชัดว่าคาเฟ่มากหน้าหลายตา หลายยี่ห้อ หลากรูปแบบการนำเสนอ เปิดตัวไม่หยุดหย่อน ทั้งใหญ่ เล็ก กลาง แล้วยังมีความหลากหลายของบริการอีก 
 
หนอนน้อยเองก็เป็นคนนึงที่ชอบแวะเข้าคาเฟ่เสียแล้ว หนึ่งในเหตุผล ทุกคนที่ติดตามบล๊อคหนอนน้อยคงรู้ีดีว่าเพราะนิตยสารฟรี อิอิ ช่วยปีถึงสองปีที่ผ่านมา ได้เห็นคาเฟ่ยี่ห้อหนึ่ง
 
 
เปิดตัวขึ้นเรื่อยๆ หลายสาขาในกทม อันนี้เป็นสาขาสยาม พารากอน บรรยากาศสาขาอื่นทั่วไปก็จะง่ายๆ ร้านจะไม่ได้ใหญ่ อลังการเท่ากับสตาร์บั๊ค และมีการตั้งป้ายห้ามสอนพิเศษไว้เรียบร้อย แต่อยากนั่งอ่านหนังสือนานแค่ไหนในนั้นก็ตามใจคุณละนะ
 
หนอนน้อยเคยได้ลองชาเขียวลาเต้ร้อนมา 2 หน ต่างสาขากัน ซึ่งคุณภาพและรสชาติ ถือว่าใช้ได้ ออกหวานพอควร แต่สำหรับที่หนอนน้อยเพิ่งได้ลอง อย่างพาสต้าไก่ซอสเห็ดที่เห็นในรูปนั้น ... สำหรับหนอนน้อยแล้วไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ ค่อนข้างจืด รสไปอยู่ตรงไก่เสียมากกว่า แต่คนชอบครีมๆ อาจจะชอบก็ได้
 
ตำแหน่งที่หนอนน้อยนั่งนั้น นอกจากจะได้ชมปลาคราฟแหวกว่าย เพลินๆ แล้ว ยังสามารถใช้ปลั๊กชาร์ตมือถือ หรือนั่งเล่นคอมได้ด้วย วู้ สะดวกดีจุง หนอนน้อยนั่งอ่านหนังสืออยู่ตั้งนาน พี่พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่มาเก็บของ เช็ดโต๊ะเท่านั้น ยังไงขอบคุณพนักงานที่น่ารักทุกคนด้วยนะคะ

ความลับของ...

posted on 04 Jan 2014 20:16 by nhonnhoi in book2movie, Review directory Entertainment, Travel, Diary
หนึ่งในหนังที่ตอนนี้มีคนรีวิว และพูดถึงอยู่ไม่น้อย คงหนีไม่พ้น The Secret Life of Walter Mitty หนอนน้อยเองก็ได้ไปนั่งดู (คนเดียว ฮือ) มาเหมือนกัน ประทับใจ และชอบมากเลยแหละ อันนี้ขอออกตัวก่อนเลยว่าเป็นความคิด การตีความ และความรู้สึกส่วนตัวของตัวเองล้วนๆ เท่านั้น ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด แค่อยากแชร์ไอเดียที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้
 
ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ขอออกตัวอีกสักสองสามเรื่อง (เยอะนะยะ) ก่อนคือ 
 
1. หนอนน้อยไปลองเซิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วเจอว่าเรื่องนี้เคยทำมาแล้ว เมื่อนานนนนนน มากกกก หนอนน้อยเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นยังไงนะ ยังหาดูไม่ได้
 
 
2. เพื่อนๆ ที่เคยเข้ามาอ่านบล๊อคนี้ คงจะรู้ว่าหนอนน้อยนั้นจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับหนังสือ หรือแวดวงหนังสือ พอเห็นว่ามารีวิวหนังอาจจะสงสัยกันได้ว่า จะผันตัวไปทำรีวิวหนังแทนหรือไง เปล่าๆๆๆๆ คืออันนี้มันมีประเด็นเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ นิตยสารชื่อ Life (ในเรื่อง) อยู่นิดนึง เลยอยากจะมาแชร์ไอเดียและมุมมองนิดหนึ่ง
 
หนอนน้อยจะไม่เล่า ไม่สปอยนะ จะแค่แตกประเด็น พยายามไม่ให้เปิดเผยเรื่องเกินไปด้วย สัญญาๆ
 
เรื่องนี้ถ้าดู trailer หนังจะตีความได้อันหนึ่งหลักๆ คือ คุณควรออกไปทำอะไรบ้าง อย่านั่งจับเจ่า และจิ้น หรือฝันกลางวันไปวันๆ อันนี้คือประเด็นใหญ่นั่นแหละ แต่ประเด็นอื่นๆ ที่หนอนน้อยคิดได้มีดังนี้
 
1. ออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้าง
2. ใช้ความกล้าในตัวเพื่อทำในสิ่งที่อยากทำ ตามฝัน หรือควรทำ
3. บางครั้งเราก็ต้องกล้าพอที่จะยืนหยัดกับสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ว่ามันจะดูน่ากลัวก็ตาม
4. เทคโนโลยีบางครั้งมันทำร้ายบางสิ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี
5. เราก็ควรที่จะทันโลก เพื่ออยู่รอดกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
6. คนเบื้องหลังนั้นสำคัญ บางทีเราก็มองข้าม หันไปมอง ไปส่งยิ้ม ให้กำลังใจพวกเขาบ้าง
7. ไม่ว่ามันจะอันตราย น่ากลัว พายุโหมกระหน่ำ แค่ไหน แต่ขอให้ก้าวไปเดินและเตรียมรับมัน เพราะนั่นคือ ชีวิต
8. เปิดโครงสร้างคร่าวๆ ขององค์กรหรือบริษัททำนิตยสาร ว่ามีแผนกอะไร ต้องใช้หน่วยงาน หรือคนที่มีความสามารถต่างๆ อะไรบ้าง
 
ฯลฯ
 
เอาประมาณนี้ก่อน ความจริงแตกประเด็นและให้ข้อคิดได้อีกหลากหลายมากเลย อินมากเพราะชอบอ่าน ทั้งหนังสือ นิยายและ นิตยสาร แล้วมันทำให้เห็นว่าการทำงาน (คร่าวๆ) ของคนกลุ่มนี้มันมีอะไร มันมีแผนกอะไรบ้าง อยากให้ทุกคนที่ทำงานในสังกัดสาขานี้ไปดู หรือไม่ดู หนอนน้อยก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า พวกคุณคือผู้มีประคุณคนหนึ่งของชาวโลก หนอนน้อยขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเท และทำมันออกมา อยากให้พยายามต่อไป งานคุณหนักและเหนื่อย หนอนน้อยเข้าใจ แต่ขออย่าหยุดทำสิ่งดีๆ นี้ เพราะคนเรายังต้องการมัน อย่างน้อยก็หนอนน้อยนี่แหละที่ยังต้องการมัน (ไม่ได้ต่อต้านเหล่าไอทีนะคะ)  ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าภายในวงการนี้มีอะไรบ้าง ก็ขอแนะนำให้ไปรู้จักด้วยการไปดูเรื่องนี้
 
คราวนี้มาที่ตัวละครบ้าง บอกเลยว่าไม่รู้ว่าจะชอบใครที่สุดดี เพราะชอบหลายตัวละครมาก
 
ทีแรกไปดูก็ตั้งใจอยากดูเรื่องและ Sean Penn เพราะชอบการแสดงเขาตั้งแต่ตอนที่เล่นเรื่อง I am Sam แล้ว แต่เรื่องนี้ค่อนข้างออกมาน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญนะ สำคัญมากเสียด้วย กลับกลายเป็นว่า นั่งดูแล้ว ชอบพระเอกมาก Walter Mitty นั่นเอง (โห แหงดิ ชอบเพราะเป็นพระเอกใช่ไหมละ) ชอบและแปลกใจนักแสดงอย่าง Ben Stiller มากๆ โดยอิมเมจเขามันเป็นดาราตลกไปแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะเล่นเรื่องนี้ ซึ่งเป็นตลก ดราม่า ออกมาได้ดี มีชีวิตชีวา บอกตรงๆ เลยว่า หนอนน้อยหลงรัก (ตัวละครตัวนี้) เอามากๆ พระเอกนั้นเป็นคนธรรมดา พวกเราสัมผัสได้ ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม  ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องตีลังกาตีความ
 
ตัวละครอื่นก็มีเพื่อนพระเอกที่คอยให้อยู่ข้างกัน คุณแม่ของพระเอก และแน่นอน Sean O'Cornell เล่นโดย Sean Penn ซึ่งเป็นตัวทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วย 
 
บอกแค่นี้ละกัน แต่พูดจริงๆ ว่าอยากให้ทุกคนไปดู เป็นหนังที่สร้างพลังบวกได้ดีเลย ถ้าไม่ได้อยากนั่งคิดอะไรพิเศษก็ดูเพลินๆ ขำๆ ก็ได้เช่นกัน ไม่แน่ คุณอาจได้เจอความลับของชีวิตคุณจากเรื่องนี้ก็ได้นะ